สุขใดก็ไม่สุขใจเท่าได้อยู่บ้านเรา เห็นทีว่าคำกล่าวนี้คงจะเป็นจริง ถ้าเราเลือกได้ก็คงจะไม่มีใครอยากจากบ้านมาทำงานไกลถึงในเมืองกรุง
ตอนนี้เราทำงานอยู่กทม. มาปีกว่าแล้ว เกือบทุกวันจะมีคำถามกับตัวเองเสมอว่า "ฉันมาอยู่ตรงนี้ทำไม ฉันมาอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร" และคำตอบที่ได้คือ เพื่อเงิน เพื่อประสบการณ์ ถ้าเราอยากก้าวหน้าเราต้องมีประสบการณ์เยอะๆ
คำถามที่มักตามมาเสมอคือ จริงหรอ?
ตอนนี้ทำงานในกทม. มาปีกว่าแล้ว ยังมองไม่เห็นทางเลยว่าจะเดินไปทางไหนดี นอกจากทางที่ว่าจะต้องเป็นพนักงานออฟฟิศไปเรื่อยๆ เก็บประสบการณ์ในฐานะพนักงานออฟฟิศไปเรื่อยๆ
จริงๆ ก็ไม่ใช่คนที่จะคิดอะไรมาก แต่มันก็มีบางปัจจัยหรือหลายปัจจัยที่ทำให้การทำงานในแต่ละวันเป็นเรื่องยากเย็น และเกิดคำถามที่ต้องถามตัวเองว่า "ฉันมาอยู่ตรงจุดนี้เพื่ออะไร"
คำถามที่เราต้องการคำตอบคือ เราควรจะจัดการยังไงกับความคิดแบบนี้ดี มีวิธีที่ทำให้เราคิดบวกกับสถานการณ์ทำงานในปัจจุบัน?
ควรจะจัดการกับความคิดตัวเองอย่างไรดี?
ตอนนี้เราทำงานอยู่กทม. มาปีกว่าแล้ว เกือบทุกวันจะมีคำถามกับตัวเองเสมอว่า "ฉันมาอยู่ตรงนี้ทำไม ฉันมาอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร" และคำตอบที่ได้คือ เพื่อเงิน เพื่อประสบการณ์ ถ้าเราอยากก้าวหน้าเราต้องมีประสบการณ์เยอะๆ
คำถามที่มักตามมาเสมอคือ จริงหรอ?
ตอนนี้ทำงานในกทม. มาปีกว่าแล้ว ยังมองไม่เห็นทางเลยว่าจะเดินไปทางไหนดี นอกจากทางที่ว่าจะต้องเป็นพนักงานออฟฟิศไปเรื่อยๆ เก็บประสบการณ์ในฐานะพนักงานออฟฟิศไปเรื่อยๆ
จริงๆ ก็ไม่ใช่คนที่จะคิดอะไรมาก แต่มันก็มีบางปัจจัยหรือหลายปัจจัยที่ทำให้การทำงานในแต่ละวันเป็นเรื่องยากเย็น และเกิดคำถามที่ต้องถามตัวเองว่า "ฉันมาอยู่ตรงจุดนี้เพื่ออะไร"
คำถามที่เราต้องการคำตอบคือ เราควรจะจัดการยังไงกับความคิดแบบนี้ดี มีวิธีที่ทำให้เราคิดบวกกับสถานการณ์ทำงานในปัจจุบัน?